เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่มาจากพุทธศาสนา

ลองเดากันดูสิครับว่าจะเป็นเทพองค์ไหนสำหรับศาสนาที่เป็นเปอร์เซ็นผู้คนส่วนใหญ่ที่นับถือในไทยคือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่มาจากพุทธศาสนา

เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่มาจากพุทธศาสนา

1. พระสังกัจจายน์ คนจีนเรียกท่านว่า หนี่เต็กผ่อสัก
สององค์ด้านบนนั้นถือว่าคนทั่วไปรู้จักกันเป็นอย่างดีครับ ยังมีเทพจากพุทธศาสนาและจากธิเบตที่เกี่ยวกับโชคลาภอีกหลายองค์ด้วย เช่น พระสิวลี เป็นต้น

หนี่เต็กผ่อสัก (彌勒菩薩) หรือพระศรีอารยเมตไตรยมหาโพธิสัตว์「弥勒菩薩・ミロクボサツ」

หนี่เต็กผ่อสักนั้นคือผู้ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตครับ ซึ่งปัจจุบันพระองค์ประทับอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต (ดินแดนของพระโพธิสัตว์ที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า) รูปร่างของท่านเป็นพระจีนอ้วนพุงพลุ้ยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส บางครั้งมีเด็กปีนป่ายอยู่บนตัวท่าน หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจก็คือ ท่านเป็นองค์เดียวกับ “พระสังกัจจายน์” ครับ

ผมเคยเห็นบางคนบอกว่าท่านกับพระสังกัจจายน์เป็นคนละองค์กัน ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ อันนี้ผมว่า ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ

หนี่เต็กผ่อสักนั้นเป็นว่าที่พระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 ของกัลป์นี้ เมื่อใดที่ท่านตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระวิศวปาณีโพธิสัตว์ก็จะขึ้นมามีบทบาทในโลกใหม่ทางฝ่ายเถรวาทเช่นกัน (ว่ากันว่าพระวิศวปาณีโพธิสัตว์ขณะนี้กำลังบำเพ็ญญาณอยู่กับพระอาทิพุทธ พระพุทธเจ้าองค์แรกสุด)
พูดถึงพระพุทธเจ้าทั้ง 5 องค์ของกัลป์นี้ก็มี
– พระกกุสันโธ สัตว์คู่บารมีคือ ไก่
– พระโกนาคมโน สัตว์คู่บารมีคือ นาค
– พระกัสสโป สัตว์คู่บารมีคือ เต่า
– พระสมณโคดม สัตว์คู่บารมีคือ โค
– พระศรีอารยเมตไตรย สัตว์คู่บารมีคือ สิงห์

ความจริงแล้วองค์จริงๆของท่านนั้นเป็นบุรุษรูปงาม แต่สมัยที่ท่านยังเป็นมนุษย์และบำเพ็ญเพียรอยู่นั้นมีมารผจญมาก พอสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ท่านจึงนิรมิตพระองค์เองให้เป็นดังที่เราเห็นปัจจุบันครับ

อีกฉายาหนึ่งของท่านคือ “ปู้กุ่ยฮุด” ซึ่งเป็นตุ๊กตามงคลจีน หลายๆคนอาจไมาทราบกันว่าปู้กุ่ยฮุดก็คือท่าน มีความหมายให้ผู้บูชานั้นร่ำรวยขึ้นไป เป็นการรวยแบบมั่นคง ไม่มีคำว่าจนลง
บางครั้งเป็นองค์แบบพระยิ้มกับเด็ก 5 คน หรือเรียกว่า “โหงวจื้อฮุด” มีนัยมงคลว่าให้มีลูกหลานสืบสกุลให้ครบ 5 ชั่วคนด้วย 


2. สีต้าเทียนอ๋อง (四大天王) หรือ จตุโลกบาล ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิก ซึ่งเป็นดินแดนเทวโลกที่มีอาณาเขตต่อจากโลกมนุษย์ คุ้มครองและประจำทิศทั้งสี่

ตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน เชื่อกันว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบหมายให้ท้าวจตุโลกบาลเฝ้ารักษาบริเวณทางลาดไหล่เขาซวีหมีซาน(须弥山) หรือเขาพระสุเมรุตามตำนานของเราครับ ไม่เพียงแต่เพื่ออภิบาลพระพุทธศาสนาเท่านั้น ท้าวจตุโลกบาลยังพิทักษ์อาณาจักรหรือประเทศที่ธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา ตลอดจนคอยเฝ้าปกป้องรักษาผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมให้ประสบความสำเร็จและมีความเจริญรุ่งเรืองด้วย ชาวจีนผู้นับถือพระพุทธศาสนาจะให้ความศรัทธาในมหาเทพทั้งสี่เป็นอย่างมาก และเมื่อตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากท้าวจตุโลกบาลแล้ว เชื่อกันว่าคำอธิษฐานนั้นจะประสบความสำเร็จ เพราะเทพทั้งสี่ตั้งมั่นอยู่ ณ ทิศทั้งสี่รอบๆตัวเรา ย่อมต้องคอยพิทักษ์ปกป้องและช่วยเหลือให้คำอธิษฐานนั้นกลายเป็นจริง
เทพทั้งสี่ก็คือ

– ฉือกว่อเทียนอ๋อง (持国天王) หรือท้าวธตรัฐ เป็นราชาแห่งฝูงคนธรรพ์ ประจำอยู่ทิศตะวันออก มีร่างกายสีเขียว มือซ้ายถือพิณ มือขวากำลังดีดพิณ มีเทพองครักษ์เป็น “ค้วงกุ้ย” หรือผีบ้ากับยมทูตตัวเขียว

– เจินฉางเทียนอ๋อง (增长天王) หรือท้าววิรุฬหก เป็นราชาแห่งกุมภัณฑ์(ยักษ์) ประจำทิศใต้ มีร่างกายสีขาว มือถือเกาทัณฑ์ มีผีที่เป็นองค์ชื่อ”อุ๊งหิ่ง เท้งฉู่” ผีเหม็นกระโดกกระเดก ในธิเบตท้าววิรุฬหก ทรงเป็นเทพแห่งความสุข และความมั่งคั่งของปวงประชาหรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภนั่นเอง

– กว่างมูเทียนอ๋อง (广目天王) หรือท้าววิรูปักษ์ เป็นราชาแห่งนาค มีงูพันรอบแขนซ้ายและฝ่ามือซ้ายก็จับคองูเอาไว้ มือขวาถือลูกแก้ว ประจำอยู่ทิศตะวันตก มีเทพองครักษ์เป็น “เอี่ยวเฮ้งกุ้ย” ผีเมตตาอ่อนโยน และอีกตัวหนึ่งคือ “หง่อกุ้ย” หรือผีอดอยาก

– โตเหวินเทียนอ๋อง (多闻天王) หรือท้าวเวสสุวรรณ เป็นราชาแห่งยักษ์ ประจำอยู่ทิศเหนือ มีสีกายสีดำ มือถือเจดีย์ มีองครักษ์เป็น “เฉ่าเง่อกุ้ย” ผีอดอยาก และเหม็น


3. สุธนกุมาร มีชื่อทางประเทศจีนว่า ซ่านไฉถงจื่อ (善財童子) หรือ จาวไฉถงจื่อ (招財童子)

กุมารเรียกทรัพย์สาวกเจ้าแม่กวนอิมครับ ตามตำนาน

พระพุทธรูปชาย คือ “ซั่งไฉถงจือ” (สุธนกุมาร) เป็นราชโอรสของพระเจ้าปัญจา “อ๋องฮกเซ้งอ้วง” เป็นราชโอรสองค์ที่ 3 ในจำนวนโอรส 500 องค์ ในขณะที่พระมารดาทรงพระครรภ์พระโอรสองค์ที่ 3 ก็ได้มีแก้วแหวนเงินทองเพชรนิลจินดาพร้อมรัตนอันมีค่าต่างได้ผุดขึ้นมาจากพื้นดินเต็มทั่วอาณาบริเวณพระราชวังทั้ง 4 ทิศ เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง ประชาชนในเมือง “กัมปิละ” ต่างได้ยินดีสรรเสริญในบุญฤทธิ์ของพระกุมาร พร้อมถวายพระนามว่า พระสุธนกุมาร หรือ สั้นใฉจินถงจื่อ คือ สุธน (จินถง = ทรัพย์ดี) กุมาร=จื่อ , สั้นใฉ=อริยทรัพย์ ( “สั้น” ไปพ้องเสียงกับ ซาน =สาม ) บางเวบใช้ชื่อว่า “อาเอี๊ย” ก็คือ เจ้าสัวผู้มั่งคั่งด้วยสมบัติเงินทอง

แต่พระกุมาร มีนิสัยเบื่อโลก เห็นทรัพย์สินเงินทองของมีค่าเหมือนกองขยะมูลฝอย ปฏิญาณว่า จะต้องบำเพ็ญให้สำเร็จเป็นโพธิสัตว์ให้ได้ ในขณะที่ มัญชุศรีโพธิสัตว์ (ผู้ช่วยมือขวาของพระศากยมุนีพุทธเจ้า ) แสดงธรรมอยู่ในป่าชานเมืองบุญนคร สุธนกุมาร ได้ไปกราบกรานขอเรียนธรรมะ การบำเพ็ญตนเพื่อสำเร็จเป็นโพธิสัตว์ ภายใต้การชี้แนะของมัญชุศรีโพธิสัตว์ สุธนกุมาร ได้เดินทางไปคารวะศึกษาจากอาจารย์ 53 ท่าน (กัลยาณมิตร 53 ) ในพุทธสูตร หรือ นิทานชาดก มีเรื่อง ” คารวะศึกษา53ของพระสุธนกุมาร ” และสุดท้ายได้ไปกราบคารวะ กวนอิมโพธิสัตว์ เป็นอาจารย์ที่โปตะละกะคีรี ไดรับการสั่งสอนชี้แนะจากกวนอิมโพธิสัตว์ จนสำเร็จเป็นโพธิสัตว์ และเพื่อช่วยเหลือกวนอิมโพธิสัตว์โปรดสัตว์ ได้แสดงธรรมกายใน รูป กุมารกาย เป็นผู้ช่วยมือซ้ายของกวนอิมโพธิสัตว์ จึง ได้ชื่อว่า “สุธนกุมาร”

เ รื่ อ ง ที่ น่ า ส น ใ จ

ห น้ า แ ร ก

ไปชมด้วยกันมั้ย อะไรคือ หวยออนไลน์

แนะนำเพื่อน ก็ได้เงิน

หวยขูด คื ออะไ รรู้มั้ ยล่ะ จ้ะ